ที่สัมผัสโดน หนูลูบไล้อยู่พักใหญ่มันก็กระตุกวาบๆน้ำไหลออกมาจากภายในร่องหลืบมากขึ้น หนูรู้สึกโล่ง ปลอดโปร่ง และผ่อนคลาย จนเผลอหลับไปตอนเช้าที่โต๊ะอาหาร คุณแม่นั่งทานอาหารเช้าอยู่คนเดียว ขณะที่หนูลงมาจากห้องนอนเพื่อเตรียมไปมหาวิทยาลัย คุณแม่ดูสดชื่น แต่ของตาออกคล้ำๆเล็กน้อย หนูแกล้งถามไปว่า “คุณแม่นอนดึกเหรอคะ” คุณแม่บอกว่า “จ๊ะ เมื่อคืนดูทีวีดึกไปหน่อย” หนูทานโจ๊กซึ่งคุณแม่ให้น้าเริญไปซื้อให้ หนูก็เพิ่งทราบว่าน้าศรีแกไปนอนเฝ้าไข้พ่อแกที่ล้มป่วยเมื่อคืน แกจะกลับมาช่วงกลางวัน ทำงานบ้านแล้วจะออกไปเฝ้าพ่อต่อ ในใจหนูคิดว่าหากน้าศรีทราบเรื่องเมื่อคืน แกคงจะเสียใจ เหมือนที่หนูเสียใจ หนูไม่ทราบว่าคุณแม่ทำอย่างนั้นได้อย่างไรตอนไปมหาวิทยาลัย น้าเริญขับรถไปส่ง หนูแทบไม่อยากมองหน้าน้าเริญ น้าเริญเห็นท่าทางเพลียๆของหนูก็ถามว่า “คุณหนูไม่ค่อยสบายเหรอครับ” หนูพยักหน้า น้าเริญถามว่าวันนี้จะเลิกเรียนกี่โมงจะให้มารับเมื่อไหร่ วันนั้นหนูมีเรียนเฉพาะช่วงเช้า ตอนบ่ายว่างหนูอยากรีบกลับบ้าน หนูไม่อยากให้น้าเริญมีโอกาสอยู่กันตามลำพังกับคุณแม่ หนูจึงนัดให้แกมารับตอนบ่ายโมงครึ่งวันนั้นหนูเรียนไม่รู้เรื่อง ภาพที่เห็นเมื่อคืนก่อนมันเข้ามารบกวนจนหนูรู้สึกบอกไม่ถูก จนเที่ยงเลิกเรียนหนูไปทานอาหารกลางวันกับเพื่อนๆ แล้วลงมานั่งอ่านหนังสือ ซึ่งก็อ่านไม่รู้เรื่องได้แต่พลิกหนังสือไปมา จนกระทั่งบ่ายโมงครึ่งจึงมานั่งที่หน้าคณะรอน้าเริญ จนเกือบบ่ายสองน้าเริญจึงมา แกขอโทษหนูที่มาช้าบอกว่าไปส่งน้าศรีที่โรงพยาบาลจึงมาช้า หนูขึ้นนั่งบนรถแล้วหลับตาอดคิดถึงเรื่องเมื่อคืนไม่ได้ ลืมตามาเห็นน้าเริญก็นึกถึงท่าทางร่วมรักเมื่อคืน รถวิ่งมาได้สักพักน้าเริญเรียกหนูถามว่าไม่สบายเหรอ และคะยั้ยคะยอให้หนูไปหาหมอ หนูปฏิเสธไปแล้วบอกว่าแค่ปวดหัว เดี๋ยวแวะซื้อพาราฯให้หนูทานสักเม็ดคงจะหาย แล้วหนูก็ส่งเงินให้น้าเริญ น้าเริญจอดรถแวะร้านขายยาแล้วลงไปซื้อยา สักพักก็กลับมาส่งยาให้หนูพร้อมกับน้ำส้มกล่องนึง หนูรับยามาทานแล้วก็ดื่มน้ำส้มจนหมดกล่อง แล้วก็นั่งพิงเบาะหลับตา วันนี้รถไม่ติดเลย รถวิ่งไปได้สักครู่หนูก็เคลิ้มหลับ มันหลับๆตื่นๆ ภาพน้าเริญกับคุณแม่มาวนเวียนอยู่ในสมอง ภาพหน้าเริญกอดจูบ ซุกไซ้คุณแม่ ภาพท่อนเนื้ออันกำยำของน้าเริญ ภาพการกระแทกกระทั้น ภาพการแอ่นอกยกก้นของคุณแม่ หนูรู้สึกวาบๆที่ท้องน้อย ใจเต้าแรง หายใจแรง ภาพต่างๆแจ่มชัดขึ้น หนูรู้สึกกระตุกหงึกๆภายในร่องหลืบ จนต้องถอนหายใจออกมาจนถึงบ้านหนูลงจากรถ เดินเข้าบ้านไม่เห็นคุณแม่อยู่ในบ้าน คงจะอยู่ข้างบน ความรู้สึกวาบหวิวมันประดังเข้ามจนหูแทบอั้นไปไหว หนูรีบขึ้นไปข้างบนเข้าห้องนอน ล็อคประตู เปิดแอร์ทิ้งไว้ แล้วเข้าห้องน้ำ หนูถอดเสื้อผ้าเปิดน้ำอาบ น้ำจากฝักบัวแม้จะช่วยให้หนูผ่อนคลายลงไปบ้าง แต่เมื่อถูกสบู่ลูบไล้เนื้อตัวความรู้สึกวูบวาบก็กลับเข้ามาอีก หนูเช็ดตัวนุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาในห้องนอน สวมเสื้อยืดกางเกงขาสั้นแล้วล้มตัวลงนอนกอดหมอนข้าง เอาเนินนูนของหนูถูไถหมอนข้างอย่างสุดจะห้ามใจ ภาพเมื่อคืนเร่งให้หนูวาบหวิว มันเสียวซ่านและตอดรัดภายในซอกหลืบ หนูเอาขาเกยหมอนข้างกระเด้งแอ่นเอาเนินนูนบดขยี้อย่างเมามัน หนูได้ยินเสียงปลดล็อคประตูดังกริ๊ก ประตูห้องเปิดออก น้าเริญเดินเข้ามาแล้วล็อคประตู หนูตกใจมากถามแกว่า “เอ๊ะ น้าเริญเข้ามาได้อย่างไร แล้วเข้ามาห้องหนูทำไม” น้าเริญตอบว่า “ผมมีกุญแจสำรองเกือบทุกห้องของบ้านนี้ ผมเข้ามาดูคุณหนูเห็นว่าไม่ค่อยสบาย เผื่อผมจะพาไปหาหมอ” หนูถามหาคุณแม่ น้าเริญแกบอกว่า “คุณนายไปบ้านเพื่อน ผมไปส่งหลังจากไปส่งศรีที่โรงพยาบาล ท่านให้ผมไปรับตอนห้าโมงครับ” หนูบอกแกว่าหนูไม่เป็นอะไรมาก นอนพักสักครู่ก็คงหาย แต่น้าเริญยังไม่ออกไปจากห้อง ทรุดตัวลงนั่ง

Leave a Reply