ผมประพลจัดว่าเป็นคนรูปหล่อหุ่นดีเป็นนักกีฬา ผมมีเพื่อนสนิทมากชื่อ พนาเรียนด้วยกัน ๔-๕ปีแล้ว ผมมักจะไปนอนค้างบ้านไอ้นาเพื่อนผมประจำเพราะใกล้ที่เรียนและเราเรียนกวดวิชากลับบ้านเที่ยวด้วยกัน แม่เขาผมเรียกเธอว่าน้าจิตรตรา(จิต)ที่ยังดูสาวสวยพ่อก็น้าประกอบที่นิสัยดีผมสนิทกับบ้านนี้ไม่มีปัญหา ที่ผิดปกติไปคือปีหลังนี้น้าจิตแม่พนามักมองผมด้วยหางตาแบบมีเลศนัยหนักเข้าบางทีแกก็ทำเป็นเผลอเปิดอะไรแวบๆแวมให้ผมเห็นประจำ ตอนที่พนาและคนอื่นไม่สังเกตเห็นเหมือนยั่วกิเลสผม น้าจิตมักจะแอบคุยถามผมว่าผมมีแฟนหรือยังผมชอบผู้หญิงแบบไหน มันดูแปลกๆจนแกแอบถามด้วยสายตาประหลาดๆว่าผมเที่ยวผู้หญิงกันหรือยังอายุ ๑๗กันแล้ว ผมไม่กล้าบอกเดี๋ยวพนาเพื่อนผมจะถูกว่า แต่แกบอกน้ารู้นาไม่ต้องอายหลอก มาบ่ายวันเสาร์ที่เป็นเรื่อง คือผมไปเรียนพิเศษปกติพนาจะมาด้วยแต่วันนั้นไม่มาเขาไม่สบาย ผมออกจากที่เรียนเห็นรถน้าจิตจอดอยู่ก็แปลกใจ แกควักมือเรียกผมให้ขึ้นรถ แกบอกน้าผ่านมาคิดจะชวนพลไปกินข้าว จริงๆผมจะกลับบ้านแล้วบ่ายสามจะไปหิวอะไรกันนัก แต่ไปก็ไปเพราะเราสนิทเป็นกันเองมากผมก็เกรงใจแกอุตสาห์แวะมารับไม่คิดอะไร ในรถเราคุยกันแต่แกมักจะคุยเรื่องส่วนตัวถามผมว่าชอบสาวเซ็กซี่อย่างไหนแล้ว พูดคุยสองแง่งสองมุมออกจะทะลึ่ง แกพาผมไปร้านอาหารแห่งหนึ่งในมุมเงียบ ผมก็สงสัยมันทะแม่งๆยังไงๆ เราสั่งของกินกันจนเสร็จ จากนั้นดูแกเปลี่ยนจากที่พูดจ้อเมื่อกี่เป็นพูดกุกๆกักๆประหม่าลังเลไม่เคย มาก่อน “พลน้ามีอะไร…เออ..จะคุยแล้วอยาก..ให้พลช่วย” ผมสงสัยบอกแก “น้ามีอะไรจะคุยหรือให้ผมช่วยบอกมาเลยครับ” แกนิ่งท่าทางอึดอัดใจที่จะพูด “พลว่าน้าแก่ไม”ผมตอบไปว่า “ก็อ่อนกว่าแม่ผมน้าถามทำไมเหรอ”แกมองผมด้วยหางตา “พลชอบน้าไม”ผมงง “น้าหมายความว่าไง”แกบอก “พลว่าน้าสวยพอสู้สาวๆได้ไม”ผมชักเอะใจ “น้าสวยครับดูไม่แก่เลยทำไมเหรอ”แกนิ่งท่าทางเลิ่กลักเหมือนคุ้มคิดคำพูด “คือน้าพูดตรงๆนะถ้าพลรับไม่ได้ก็ลืมไปเสียคิดว่าไม่ได้ยินก็แล้วกัน”ผมบอก “ได้ครับ”แกเริ่มพูด “น้ากอบกับน้าไม่มีอะไร..เออ..อย่างว่า(แกอึกอัก)..คือเรื่องบนเตียงมานาน เป็นปีแล้ว แต่น้ายังมีความต้องการมันอยู่…คือเออ”แกไม่กล้าพูด ผมพอเข้าใจเห็นอาการแกบ่งบอกมานานแล้ว แต่ผมสงสัยทำไมแกถึงพูดกับผมคงอยากระบาย ผมยิ้มรับฟังเพราะผมแอบชอบแกมานานแกสวย แกนิ่งดูสับสนแล้วบอก “ไม่รู้สิทำไมน้าถึงมาพูดกับพลอย่าบอกใครนะ..น้า..” ผมบอก “ไม่เป็นไรครับ”แกพยักหน้านิดๆ แกจับมือผมมากำไว้แล้วอมยิ้มเขินๆเราออกจากร้านในรถเราไม่คุยอะไรกันเลยไม่ เหมือนขามา ผมดูว่าแกมองซ้ายขวาเหมือนหาอะไรข้างถนนแล้วอยู่ๆแกก็เลี้ยวรถเข้าโรงแรม ม่านรุด ผมตกใจและแปลกใจว่าแกตัดสินใจเข้ามาทำอะไรในที่นี้ รถเข้าซองจอดเด็กปิดม่านแกส่งเงินให้ผมบอกจ่ายค่าห้องด้วยแล้วแกรีบเดินหลบ หน้าอายๆเข้าห้องไป ผมงงแต่ก็จัดการเรียบร้อยเข้ามาหาแก ผมแกล้งถามอบ่างสุภาพนิ่มนวล “น้ามาที่นี่ทำไมครับ” แกก้มหน้าอายผมพูดเสียงขัดๆเหมือนตื่นกลัว “น้าพอจะมีเวลาบ่ายนี้ไม่รู้จะไปไหนที่นี่คงไม่มีใครเห็นน้าอยากคุยกับพลอีก น้าก็ไม่เคยมาที่แบบนี้ห้องเขาดูดีนะ พลเคยมาไม”แกพยายามพูดเพื่อเป็นกันเอง ผมบอก “ไม่เคยครับน้ามีอะไรกับผมเหรอ..”แกก้มหน้าเม้มปากหลบหน้าผมๆพอเดาความต้อง การของแกๆมาที่แบบนี้คงไม่มีอย่างอื่นคงไม่ใช่อยากมาคุยกันอย่างที่บอก ที่ร้านอาหารมีอะไรก็คุยกันได้ แต่แกประหม่าสับสน ผมเลยบอก “น้านั่งสิครับ”แกไปนั่งที่เตียงผมนั่งชิดข้างขวาแกๆมองผมสบตาแล้วหลบหน้า ผมๆใจกล้าเอามือซ้ายจับบีบนวดท้ายทอยแกเบาๆแกผมสั้นทรงบ๊อบครั้งแรกที่ผม สัมผัสตัวแก ผมลองเอามือขวาจับลูบแก้มคางแกเบาๆแกเอียงหน้าหลบแต่ไม่ขัดขืน ผมลองลูบลงมาที่คอแล้วค่อยๆแกะกระดุมเสื้อแกออกทีละเม็ดดูอาการแกๆไม่ปัด ป้อง ผมเริ่มเห็นหน้าอกยกทรงขาวของแกใจผมระทึก ผมตัดสินใจขนาดนี้แล้วผมคงเข้าใจไม่ผิด ผมเอามือขวาผมสอดเข้าไปอุ้งจับประคองยกทรงข้างซ้ายที่ห่อหุ้มเต้านมเป็น กระเปาะขนาด ๓๖ของแกอยู่ มันยังตึงมือผมคลึงเบาๆถามแก “น้าต้องการอย่างนี้ใช่ไมครับ” แกยังหลบหน้าผมไม่พูดแต่พยักหน้า

Comments are closed.